WM-EQ Series หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Beans” Walkman ซีรีส์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์แบบพกพา แต่ยังมาพร้อมดีไซน์สุดแหวกแนวที่ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุค Y2K บทความนี้จะพาไปสำรวจที่มาที่ไป ไอเดียเบื้องหลัง มีวางจำหน่ายทั้งหมดกี่รุ่น และจุดเด่นที่ทำให้คุณอยากได้มาสะสม

ที่มาที่ไปของ WM-EQ Series

Sony Walkman WM-EQ Series เกิดขึ้นในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1990s ซึ่งเป็นยุคที่ตลาดเครื่องเล่นเพลงกำลังเปลี่ยนผ่านจากเทปคาสเซ็ตต์ไปสู่ซีดีและ MP3 Sony ต้องการรักษาฐานลูกค้าที่ยังชื่นชอบเทปคาสเซ็ตต์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวที่มองหาอุปกรณ์สนุกสนานและมีสไตล์

ซีรีส์นี้เริ่มต้นในปี 1996 ด้วยรุ่น WM-EQ2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด “Beans” – ชื่อเล่นที่มาจากรูปทรงคล้ายเมล็ดถั่ว (bean-shaped) และดีไซน์โปร่งแสงแบบ skeleton ที่มองเห็นกลไกภายในได้ชัดเจน เหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในยุคนั้นอย่าง iMac ของ Apple ที่เน้นความโปร่งใสและสีสันสดใส

ที่มาของซีรีส์นี้มาจากความพยายามของ Sony ในการรีเฟรชไลน์อัพ Walkman ให้ทันสมัยขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันจากเครื่องเล่นดิจิทัลที่เริ่มจะได้รับความนิยม Beans Series ถูกออกแบบสำหรับตลาดญี่ปุ่นและเอเชียเป็นหลัก โดยเน้นความสนุก การพกพาง่าย และฟีเจอร์พื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการฟังเพลงแบบ casual มันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Walkman ในยุคที่ Sony ผลิตโมเดลมากมาย เช่น WM-EX, WM-GX แต่ Beans โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นรุ่นสุดท้ายๆ ของ cassette Walkman ก่อนที่ Sony จะหันไปโฟกัส digital players อย่าง NW-E Series (ซึ่งก็มี “Bean” เวอร์ชันดิจิทัลในปี 2005 แต่คนละซีรีส์กับ WM-EQ

มีวางจำหน่ายทั้งหมดกี่ซีรีส์ (รุ่น)

WM-EQ Series ในไลน์ Beans มีวางจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่นหลัก (บางแหล่งอาจนับ 4 รุ่น โดยรวม variants) โดยออกระหว่างปี 1996-1998 ก่อนที่ Sony จะยุติไลน์ cassette Beans เพื่อหันไป digital นี่คือรายชื่อรุ่นหลัก:

  • WM-EQ2 (1996): รุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ มี 5 สีสดใส โปร่งแสง skeleton design
  • WM-EQ3 (1997): พัฒนาจาก EQ2 เพิ่มเอฟเฟกต์ glow-in-the-dark ในบางเวอร์ชัน มี 3 สีหลัก (น้ำเงิน เขียว ส้ม)
  • WM-EQ5 (1997): Limited Edition “Tasty Metal” ดีไซน์ translucent โลหะ หูฟังเรืองแสง สีชมพูหรือ metallic variants
  • WM-EQ7WP (1998): เวอร์ชัน colourful low-end มาพร้อมสายคล้องและหูฟัง (บางแหล่งไม่นับเป็น Beans เต็มตัว แต่ใกล้เคียง)
  • WM-EQ9 (1998): “Last Bean!” รุ่นสุดท้าย เพิ่มลำโพงในตัว สำหรับเล่นโดยไม่ต้องหูฟัง

ซีรีส์นี้ผลิตจำนวนจำกัด โดยเฉพาะรุ่น limited อย่าง EQ5 ทำให้หายากในตลาดมือสองปัจจุบัน

จุดเด่นที่ทำให้คุณอยากได้มาสะสม

สรุปแล้ว  WM-EQ Beans Series ไม่ใช่แค่เครื่องเล่นเพลงเก่า แต่เป็นชิ้นส่วนของวัฒนธรรม pop culture ที่ทำให้มันกลายเป็นของสะสมยอดนิยมในหมู่นักสะสม gadget retro และแฟน Y2K นี่คือจุดเด่นหลักที่คุณจะต้องอยากได้