IT’S OK : เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตที่ผสานความย้อนยุคเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่
ในยุคที่การฟังเพลงถูกครอบงำด้วยสตรีมมิ่งดิจิทัลอย่าง Spotify หรือ Apple Music หลายคนยังคงโหยหาความรู้สึกนอสตัลเจียจากยุค 80-90 ที่เทปคาสเซ็ตเป็นพระเอกของการฟังเพลงแบบพกพา หากคุณเป็นหนึ่งในนั้น IT’S OK จาก NINM Lab คือเครื่องเล่นที่อาจทำให้คุณตกหลุมรักอีกครั้ง
IT’S OK เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะชุบชีวิตเทปคาสเซ็ตให้กลับมามีบทบาทในโลกสมัยใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเล่นพกพายุคคลาสสิกอย่าง Sony Walkman ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1979 และเปลี่ยนวิถีการฟังเพลงให้เป็นส่วนตัวและพกพาได้
ไอเดียหลักคือการนำเสนอ “ความโรแมนติกของยุค 80” กลับมา โดยผสมผสานกับเทคโนโลยีไร้สายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงจากเทปเก่าๆ ที่เก็บสะสมไว้ โดยไม่ต้องทิ้งมันไปกับกาลเวลา
ชื่อ “IT’S OK” เองก็มีความหมายลึกซึ้ง มันถูกตั้งขึ้นเพื่อสร้าง “บทสนทนา” กับผู้ใช้ เตือนใจว่าทุกอย่าง “โอเค” แล้ว แม้ในวันที่ชีวิตยุ่งเหยิง การฟังเทปคาสเซ็ตอาจเป็นวิธีผ่อนคลายที่เรียบง่าย
โปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากการระดมทุนผ่าน Kickstarter ในปี 2019 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดย NINM Lab เปิดตัว IT’S OK เป็นเครื่องเล่นคาสเซ็ต Bluetooth 5.0 เครื่องแรกของโลก หลังจากนั้น ในปี 2021 พวกเขาอัปเกรดเป็นรุ่น IT’S OK TOO เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น
จนถึงปี 2025 ยังไม่มีรุ่นใหม่ประกาศออกมา แต่กระแสความนิยมของเทปคาสเซ็ตยังคงเติบโต โดยเฉพาะในหมู่นักสะสมและคนรักวัฒนธรรมย้อนยุค
T’S OK เป็นผลิตภัณฑ์จาก NINM Lab บริษัทดีไซน์สตูดิโอจากฮ่องกงที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างอุปกรณ์ที่ผสานความย้อนยุคเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเน้นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับภาพถ่ายและเสียง เช่น กล้องฟิล์มหรือเครื่องเล่นดนตรี
NINM Lab เริ่มต้นจากการผลิตอุปกรณ์ถ่ายภาพ แต่ในปี 2019 พวกเขาเข้าสู่ตลาดเพลงด้วย IT’S OK ซึ่งเป็นโปรเจกต์แรกที่เกี่ยวข้องกับดนตรี และได้รับการตอบรับดีจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ บริษัทนี้มักใช้แพลตฟอร์ม crowdfunding อย่าง Kickstarter เพื่อทดสอบตลาด และมุ่งเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ เพื่อดึงดูดทั้งคนรักเทคโนโลยีและนักสะสมของย้อนยุค
ปัจจุบันมีกี่รุ่นและกี่สี ?
จนถึงปี 2025 IT’S OK มีทั้งหมด 2 รุ่นหลัก โดยยังไม่มีรุ่นใหม่เพิ่มเติมจากข้อมูลล่าสุด แต่มีรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ เช่น Supreme
- IT’S OK (รุ่นแรก, เปิดตัวปี 2019) สีที่มี: 3 สี ได้แก่ Sakura Pink (ชมพูอ่อนหวาน), Cloud White (ขาวเมฆ), และ Evening Navy Blue (น้ำเงินเข้มยามค่ำคืน) ดีไซน์โปร่งแสงที่แสดงกลไกภายใน สร้างความรู้สึกย้อนยุค
- IT’S OK TOO (รุ่นสอง, เปิดตัวปี 2021) สีที่มี: 3 สีหลัก ได้แก่ Yellow (เหลืองโปร่งแสง), White (ขาวกึ่งโปร่งแสง), และ Black (ดำกึ่งโปร่งแสง)
- มีรุ่นพิเศษ เช่น Supreme x IT’S OK TOO ในสีแดงโปร่งแสง ซึ่งเป็น limited edition และหายาก
จุดเด่นของ IT’S OK คืออะไร?
IT’S OK ไม่ใช่เครื่องเล่นสำหรับ audiophile ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับสูง แต่เป็นอุปกรณ์ที่เน้น “ประสบการณ์” และความสนุกในการใช้งาน มาดูจุดเด่นหลักกัน
- Bluetooth 5.0 แบบแรกของโลกสำหรับคาสเซ็ต นี่คือจุดขายหลัก! คุณสามารถเชื่อมต่อกับหูฟังหรือลำโพงไร้สายได้ง่ายๆ ทำให้ฟังเทปเก่าโดยไม่ต้องสายยุ่งเหยิง ระยะสัญญาณไกลและประหยัดพลังงาน ผมชอบที่มันทำให้เทปคาสเซ็ต “ทันสมัย” ขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากฟังมิกซ์เทปเก่าๆ กับหูฟังไร้สายสมัยใหม่
- ดีไซน์โปร่งแสงและย้อนยุค ตัวเครื่องโปร่งแสงหรือกึ่งโปร่งแสง แสดงให้เห็นเทปหมุนและกลไกภายใน สร้างความรู้สึกนอสตัลเจียสุดๆ
- รุ่น TOO ยังอัปเกรดเป็น stereo output ให้มิติเสียงดีกว่ารุ่นแรกที่เป็น mono
- ฟังก์ชันบันทึกเสียงและใช้งานหลากหลาย มีไมโครโฟนในตัวสำหรับบันทึกข้อความหรือมิกซ์เทปใหม่ๆ มาพร้อมเทปเปล่า 60 นาที
- รุ่น TOO เพิ่มการชาร์จ USB-C และรองรับถ่านชาร์จ ทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม จากการทดลองใช้งาน มันเหมาะสำหรับบันทึกเสียงส่วนตัวหรือเป็นของขวัญที่มีความหมาย แต่คุณภาพเสียงบันทึกอาจไม่คมชัดเท่าเครื่องบันทึกมืออาชีพ
- พกพาสะดวกและแบตเตอรี่ยาวนาน ใช้ถ่าน AA (รุ่นแรก) หรือชาร์จได้ (รุ่น TOO) ใช้งานได้หลายสัปดาห์ รองรับช่องหูฟัง 3.5 มม. สำหรับคนที่ชอบแบบมีสาย
IT’S OK คือเครื่องเล่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่อยากหวนคืนสู่ยุคเทปคาสเซ็ตแต่ไม่ทิ้งความสะดวกสบายสมัยใหม่ มันไม่ใช่แค่ gadget แต่เป็น “ของสะสม” ที่กระตุ้นความทรงจำและสร้างประสบการณ์ส่วนตัว หากคุณเป็นนักสะสมเทป ชอบดีไซน์ย้อนยุค หรืออยากให้ของขวัญที่มีเรื่องราว